แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) Burma

พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo)

http://www.indochinaexplorer.com/program_detail.php?country=myanmar&code=MM015-4D3N

• สถานที่ตั้ง : พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และตามความเชื่อล้านนาเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ (ปีหมา) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิตครับ
• ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี โดยมีตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาล
• ตำนานที่ 1 : เล่าว่า ฤาษีติสสะผู้หนึ่งได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้มอบให้ไว้เป็นตัวแทนพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ว่าฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม พอเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร โดยมีความตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินที่มีลักษณะเหมือนกับศีรษะ ซึ่งได้มาจากใต้ท้องมหาสมุทร และก็ให้พระอินทร์นำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขาหิน จึงเป็นที่มาของชื่อ "พระธาตุอินทร์แขวน" แต่ชาวพม่าและชาวมอญจะเรียกพระธาตุอินทร์แขวนว่า "ไจก์ทิโย" ซึ่งเป็นภาษามอญ หมายถึง เจดีย์บนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะฤๅษี
• ตำนานที่ 2 : เล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา
ไขปริศนาก้อนหินแห่งศรัทธา

          ก้อนหินแห่งศรัทธา ที่ชาวมอญ-พม่า เรียกขานว่า "ไจ้ติโย" หรือ "พระธาตุอินทร์แขวน" เป็น 1 ใน 3 มหาบูชาสถานศักดิ์สิทธิ์สูงสุดแห่งลุ่มอิระวดี เคียงคู่มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง และพระมหามัยมุนี กรุงมัณฑะเลย์

          หินหนักกว่า 600 ตันก้อนนี้ ตั้งอยู่บนหน้าผาหินบนภูเขาปองลอง เขตเมืองไจ้โถ่ ในรัฐมอญของพม่า ตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่ว่าจะตกมิตกแหล่ เพราะมองด้วยสายตาแล้ว กว่าครึ่งของเนื้อก้อนหินนั้นยื่นออกมานอกหน้าผา แถมหน้าผายังลาดเอียงลงต่ำ มิได้ยื่นและพุ่งขึ้นสูงเหมือนภูชี้ฟ้าที่เชียงรายบ้านเรา แล้วยังมีการสร้างองค์เจดีย์ตั้งไว้บนก้อนหิน เพิ่มน้ำหนักกดทับเข้าไปอีก จำได้ว่าเคยถามคุณยายชาวพม่าจากเมืองหงสาวดีท่านหนึ่ง ว่าคุณยายคิดอย่างไรกับหินก้อนนี้ จะร่วงหล่นลงมาในวันใดวันหนึ่งหรือไม่ ? คำตอบผ่านล่ามที่ผมได้รับพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงของคุณยาย คือมันไม่มีวันตกลงมาดอกหลายเอ้ย เพราะพระอินทร์ท่านจับแขวนไว้ให้เราได้กราบไหว้กัน เดาจากสีหน้าท่าทางแล้ว คุณยายคงอยากบอกผมว่า...แกนี่ปากเสีย พูดอะไรไม่เป็นมงคล... มากกว่า





          เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ชาวมอญ พม่า ล้านนา เชื่อว่าบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นวิมานที่ประทับของพระอินทร์ มีเจดีย์หรือพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่องค์หนึ่ง ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาส่วนพระเมาลี หรือมวยผมที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดออกในคราวออกบวช ก่อนจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงเรียกกันว่า "พระเกศแก้วจุฬามณี" ถือเป็นเจดีย์ประจำคนที่เกิดปีจอ แต่เมื่อตั้งอยู่บนดาวดึงส์สวรรค์ ชาวพุทธไม่สามารถขึ้นไปกราบไหว้ได้ อย่างมากก็จุดโคมไฟลอยขึ้นไปถวายเป็นพุทธบูชา

          พระอินทร์จึงมีเมตตาจับก้อนหินประหลาดก้อนนี้แขวนลอยไว้ให้สร้าง "พระเกศแก้วจุฬามณี" จำลองไว้บนโลกมนุษย์ หินก้อนนี้จึงไม่มีวันตกลงมา แถมเชื่อกันว่าคนมีบุญเอาไก่ทั้งตัวลอดใต้ก้อนหินได้ เพราะหากดูรูปทรงแล้ว ส่วนฐานของหินก้อนนี้แตะผิวพื้นหน้าผาเพียงบางส่วนเท่านั้น เคยมีคนเอาหลอดกาแฟยาวสักคืบไปสอดค้ำไว้ข้างใต้ แล้วใช้ไหล่ดันจนก้อนหินโคลงเคลงเล็กน้อย หลอดกาแฟก็ยวบยาบให้ผมเห็นกับตามาแล้ว (ปัจจุบันรัฐบาลพม่าสั่งห้ามทำเช่นนี้เด็ดขาด)

          การ ตั้งอยู่อย่างน่าประหลาดใจของก้อนหินแห่งศรัทธา ทำให้คนรุ่นใหม่ตั้งสมมติฐานคาดเดาไปต่าง ๆ นานา อาทิ บริเวณนั้นมีแรงแม่เหล็กดึงดูดก้อนหินไว้ บ้างว่าตรงกลางมีแกนเหล็กที่คนโบราณสร้างไว้แล้วยกหินก้อนนี้มาสวมครอบไว้ บ้างว่าเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็นพื้นโลกใต้ทะเล หินก้อนนี้อาจตั้งอยู่โดยมีกรวดทรายหนุนไว้ ก่อนเปลือกโลกจะดันตัวขึ้นมากลายเป็นภูเขา ก้อนหินจึงแลดูตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่ และยังมีอีกหลายทฤษฎีที่เพียรพยายามจะไขปริศนาก้อนหินแห่งศรัทธาก้อนนี้ แต่ที่น่าสนใจคือนักวิชาการพม่าอธิบายความน่าอัศจรรย์ใจนี้อย่างไร?




          ในหนังสือ "ประวัติพระธาตุอินทร์แขวน" (The History of Kyaik hti yo Pagoda) จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โปปา กล่าวถึงรายงานการสำรวจพระธาตุอินทร์แขวนอย่างเป็นทางการตามคำสั่งรัฐบาล พม่า เมื่อปี 2544 โดยคณาจารย์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งกรุงย่างกุ้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ ทำให้ได้ข้อมูลที่น่าสนใจคือ หินก้อนนี้เป็นหินแกรนิต น้ำหนัก 611.45 ตัน สูง 8.15 เมตร แต่มีจุดสัมผัส (Contact Area) เพียง 0.714 ตารางเมตร หรือไม่ถึง 1 ตารางเมตร ขณะที่องค์เจดีย์หนัก 19.45 ตัน สูง 3.11 เมตร รวมก้อนหินกับเจดีย์หนักรวมกัน 630.9 ตัน ซึ่งคณะสำรวจมีความเห็นว่าน้ำหนักขององค์เจดีย์ไม่มีผลต่อการตั้งอยู่ของ ก้อนหิน

          อย่างไรก็ตาม คณะสำรวจไม่สามารถยืนยันฟันธงได้ 100% ว่าแท้ที่จริงแล้วหินก้อนนี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร? นอกจากข้อสังเกตบางประการคือ

          1. จุดศูนย์ถ่วงของก้อนหินและพระเจดีย์ (Centre of Gravity) ยังตั้งอยู่ตรงจุดสัมผัสของก้อนหินราว 0.7 ตร.ม. คิดเป็นเพียง 1.4% ของพื้นที่ก้อนหินด้านล่าง ซึ่งถือว่ามีจุดสัมผัสน้อยมาก

          2. หินก้อนนี้รับแรงปะทะตามแนวขวางได้ราว 46.6 ตัน และรับแรงปะทะจากลมพายุได้ไม่เกิน 6.5 ตัน หมายความว่าถ้าเจอลมพายุเกินกว่านี้ ก้อนหินอาจเขยื้อนหล่นลงได้

          ซึ่งข้อสังเกตนี้ตรงกับความเห็นของ ดร.บัญชา พนเจริญสวัสดิ์ แห่งภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ให้สัมภาษณ์ผมไว้ตั้งแต่ปี 2540 ว่าก้อนหินตั้งอยู่ได้เพราะจุดศูนย์กลางมวลหรือจุดศูนย์ถ่วงยังอยู่บนฐาน หรือบนหน้าผา ประกอบกับแรงลมที่มาปะทะยังไม่มากพอ นั่นคือถ้าแรงเสียดทานที่มากระทำยังมีไม่เกินกว่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทาน ของก้อนหิน หรือไม่มากพอที่จะทำให้จุดศูนย์กลางมวลหลุดจากฐานได้ ก้อนหินก็จะไม่ตกลงมา ส่วนเรื่องที่ก้อนหินขยับได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันไม่เสถียร คือก้อนหินมีจุดที่แตะบ้าง -ไม่แตะบ้างกับฐานหน้าผา แต่ก็ไม่มีผล ตราบเท่าที่จุดศูนย์กลางมวลยังไม่หลุด





          ฟังทัศนะของนักวิทยาศาสตร์แล้ว ทำให้ได้ข้อคิดว่า "สิ่งที่เห็น อาจไม่เป็นอย่างที่คิด" คือมองด้วยตาเปล่า ก้อนหินมันตั้งหมิ่นเหม่ แต่ความเป็นจริง ส่วนของก้อนหินที่อยู่บนฐานหน้าผา แม้ดูน้อยกว่า แต่อาจมีน้ำหนักมากกว่า ก้อนหินจึงไม่หล่นลงมา ในทางตรงกันข้าม ถ้าความเชื่อว่าหินก้อนนี้ไม่มีวันหล่น เพราะพระอินทร์จับแขวนไว้ มันหล่อเลี้ยงจิตใจคนให้มีกำลังใจที่จะทำความดี รังสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม ส่งผลให้สังคมสงบสุข... 

by: Muggle

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า 9 Sacred Place of Burma


 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า

9 Sacred Place of Burma

1.พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง Shwedagon Pagoda
 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
พระเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ศูนย์กลางความศรัธาที่พุทธศาสนิกชนชาวพม่าต้องมาสักการะสักครั้งในชีวิต ถือเป็นศาสนสถานอันเป็นที่สุด แห่งหนึ่งของอุษาคเนย์ ที่อร่ามไปด้วยทองคำและยอดเพชร 76 กะรัตที่เปล่งประกาย
     holy pagoda enshrined relics of the Buddha. Center for Burmese Buddhists believe that worship must come a time in your life. Places which are considered as the most One of Southeast Asia. That glittering 76 carat gold and the diamonds glow.

2.พระมหาธาตุเจดีย์ชเวสิกอง Shwesigon Pagoda
 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
อีกหนึ่งในมหาสักการะสถานศักดิ์สิทธิ์ของพม่าอยู่ทีพุกาม ทีสร้างขึ้นต้งแต่สมัยพระเจ้าอโนรธา ที่ประดิษฐานพระพระบรมสารีริกธาตุส่วนหน้าผาก และเขี้ยวแก้วที่อัญเชิญมาจากศรีลังกา เจดีที่งามสง่าด้วยสีทองและ ภายในบริเวณยังมีหอนัตที่ชาวพม่านับถือด้วย
The great holy shrine in Bagan, Myanmar. Created constituency but to play the Maratha reign. Buddha relics enshrined the forehead. And jade fangs  from Sri Lanka.elegant pagoda with gold. Hall of Natchitoches area also respected by the people of Burma.
3.พระมหามัยมุนี Maha Muni Buddha
9 สถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
พระมหามัยมุณี พระพุทธรูปเนื้อนิ่มที่เชื่อว่าพระพุทธเจ้าทรงประธานลมหายใจให้นั้น คือ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า ใครได้ชื่อว่ามีโอกาสปิดทองสักกรระ หรือร่วมพิธีล้างหน้าพระอันศีกดิ์สิทธิ์ที่เมืองมัณฑะเลย์ ว่าได้บุญกุศลบารมียิ่ง
The  breath is priceless Buddha of the Burmese. I called a few people paid off. Or cleansing ceremony at the town separate Panitchpakdi right at the Mandalay Bay. 
4.พระธาตุอินทร์แขวน หรือ พระธาตุเจดีย์ไจก์ถิโย Jaithiyo Pagoda
9 สถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจก์ทิโย ที่เชื่อว่าพระอินทร์มาเนรมิตไว้ในรัฐมอญ เป็นเจดีย์ที่สร้างบนก้อนหินฉาบด้วยสีทองอร่ามบนเชาสูงกว่า 1200 เมตร ที่ดูหมิ่นเหม่ แต่กลับตั้งอยู่มั่นคงดังปาฎิหาริย์ เป็นปลายทางจาริกแสวงบุญสำคัญของชาวพม่าที่ เชื่อว่าได้กุศลเท่ากับการนมัสการเจดีย์จุฬมณีบนสรวงสวรรค์
The pagoda was built on a rock plastered with golden high rent over 1200 meters on the look precarious. But consistency is the miracle. A major pilgrimage destination of the Burmese. Believes that charity is the shot clock Mani capacity paradise.
5.พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอร์ Shwemordor
9 สถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
ชเวมอดอร์ หรือพระธาตุมุเตาแห่งเมืองหงสาวดี เจดีย์ทรงมอญเก่าแก่กว่าสองพันปีอันเป็นที่เคารพบูชา แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้พระธาตุทลายลงแต่มีการสร้างขึ้นมาทดแทน และที่มีชิ้นส่วนของเจดีย์เก่านั้นยังเป็นจุดอธิฐานศักดิ์สิทธิ์ด้วย
   Old Mon shap pagoda over two thousand years as the worship. Earthquake made ​​relics down, but has made ​​a replacement. And a piece of old pagoda is also a sacred allusions.
6.พระบัวเข็ม วัดผ่องเตาอู Pong tao ou Temple
9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
วัดที่สำคัญที่สุดแห่งรัฐฉาน ซึ่งประดิษฐานพระบัวเข็มอันศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นเสมือนศูนย์กลางทางจิตใจ ของชาวอินทา มีพระบัวเข็มอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าองค์ ที่มองเห็นรูปร่างเพียงก้อนทองกลมๆ จากปริมาณทองคำที่เกาะหนา ด้วยศรัทธาที่ท่วมท้นของชาวพม่า
The most important measure of the Shan State , Which houses the sacred lotus hands. As a virtual center in the minds of the skin with the needle, the sacred five lotus.
9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
7.เทพทันใจ วัดโบตะเตาว์ Tunjai God
9 สถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
ทหารหนึ่งพันนายมารอรับพระเกศาธาตุ ที่นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ วัดโบตะเตาว์  ริมแม่น้ำย่างกุ้ง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า  ที่นี่มีพระพุทธรูปทองคำนันอูที่งดงามที่นำกลับคืนมาจากอังกฤษ และนัตโบโบยีที่เรียกกันว่าเป็นเทพทันใจ ที่เลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์มาถึงชาวไทยเรา ที่ขอพรใดได้สมปรารถนา
Yangon river Which is enshrined the hair relics of Buddha. Here the Buddha Annan UN gorgeous reclaimed from the UK And Natchez Bobo has called Tunjai God.
8.เจดีย์เยเลพญา Yele Praya Pagoda
ยูเนสโก เพิ่ม 19 สถานที่แห่งใหม่เป็นมรดก
เยเลพญา หรือเจดีย์กลางน้ำแห่งเมืองสิเรียม ที่อยู่ห่างเมืองย่างกุ้งออกไปราวหนึ่งชัวโมง สร้างขึ้นมานับแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ อยู่บนเกาะกลางน้ำที่ผู้ศรัทธาเดินทางไปเพื่อขอพรให้รุ่งเรืองทางด้านของชีวิตและธุรกิจการค้า
A Pagoda on the center of water. The city of Yangon is located about one hour. Built in the reign of Mon power. Situated on an island to the believers to pray for the prosperity of life and trades.
9.มหาคิรีนัต Mahakhirinut
9 สถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
มหาคิรีนัต คือ เทือกเขาสูงตะหง่านนอกเมืองพุกามออกไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง คือที่สถิตย์ของนัตทั้ง 37 ตนตามความเชื่อของชาวพม่า อันเป็นวิณญาณศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่นับถือกับอย่างแพร่หลายก่อนที่ศาสนาพุทธ จะมาก่อนจะเข้ามาเผยแพร่ด้วย
Kata hills outside the city of Bagan is about  one and half hour. Natchez is the static of all 37, according to the beliefs of the Burmese people. As regards the divine spirits before Buddhism widely. Be the first to get published.
Tel. 0-2898-1817       
        0-2898-2324
by: Muggle

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2557

สถานที่ท่องเที่ยวบรูไนที่น่าสนใจ Brunei Darussalam



ประเทศบรูไนดารุสซาลาม

Brunei Darussalam





สถานที่ท่องเที่ยวประเทศบรูไนดารุสซาลามที่น่าสนใจมีมากมายหลายสถานที่เริ่มเข้ามาท่องเที่ยวกันได้เลยคะ

เมืองบินบันดาร์ เสรี เบกาวัน
Bandar Seri Begawan

เมืองบินบันดาร์ เสรี เบกาวัน เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าที่สำคัญของประเทศบรูไนอยู่ในเขตการปกครองบรูไน-เมารา มีประชากรประมาณ 60,000 คน เดิมชื่อว่า เมืองบรูไน ภายหลังเมื่อบรูไนพ้นจากการคุ้มครองของอังกฤษแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นบันดาร์เสรีเบกาวัน
Bandar Seri Begawan is the capital and major seaport located in the district of Brunei Brunei - Mountain Lake, With population about 60,000 people, was named after the city of Brunei Brunei removed from the protection of England. Then changed the name to Bandar Seri Begawan.

 ปัจจุบันกรุงบันดาเสรีเบกาวันเป็นศูนย์กลางการเงินธุรกิจการค้าและการอุตสาหกรรมของประเทศทั้งยังเป็นสถานที่ผลิตน้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติด้วย เมืองหลวงของบรูไนเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญของประเทศ เช่น พระราชวังหลวง ศูนย์ประวัติศาสตร์บรูไนพิพิธภัณฑ์บรูไน สุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันออกคือ มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน และ กัมปงเอเยอร์ หมู่บ้านดั้งเดิมของชาวบรูไนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบรูไน
Current capital Bandar Seri Begawan is the center of finance , business , trade and industry of the country, also the place of production of petroleum and natural gas . The capital of Brunei is home to landmarks such as Royal Palace, Brunei History Center Museum, The largest mosque in the eastern hemisphere is Omar Ali Saifuddin  Mosque  and Kampong Ayer village of traditional houses on the river Brunei Brunei.


พิพิธภัณฑ์โรยัลเรกกาเลีย Royal Regalia Museum
  พิพิธภัณฑ์โรยัลเรกกาเลีย พิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการโหวตจากประเทศ ในอาเชี่ยนว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าชมที่สุด เป็นที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของสุลต่านองค์ปัจจุบัน อาทิ เครื่องทรงทองคำ ในวันขึ้นครองราชย์และเครื่องบรรณาการจากผู้นำประเทศต่าง ๆ ชมมงกุฏทองคำ บัลลังก์ทองคำ เครื่องทรงทองคำ รวมทั้งเครื่องราชย์มากมายที่พระองค์ได้รับ
Voted from In Asia as the most visited museums. Is a collection of appliances such as air and the present Sultan of gold. On the throne, and a tribute from the leader countries,and let's see the gold crown. 


มัสยิดทองคำ Jame Ar’ Hassanil Bolkiah Mosque

มัสยิดทองคำ Jame Ar’ Hassanil Bolkiah Mosque มัสยิดที่สง่างาม และศักดิ์สิทธิ์ของชาวบรูไน ที่ใช้งบประมาณในการสร้างมหาศาล โดยมีการนำเข้าวัสดุการก่อสร้างและตกแต่งจากทั่วทุกมุมโลกใช้เวลาก่อสร้างนานถึง ปี มีห้องสวดมนต์ ห้องแยกชายและหญิงบันไดทางขึ้นแต่ละชั้นจะมี 29ขั้น ห้องละหมาดด้านบนตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยพรมสีเหลืองทองดูสว่างไสว จากนั้นนำท่านชมมัสยิด โอมาร์ อาลี ไซฟูดติน มัสยิดเก่าแก่อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบรูไนตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์ เสรีเบกาวัน มัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่ 3 ผู้ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน และเป็นพระราชบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน และมัสยินนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1958 มีความงดงามจนได้ชื่อว่า มินิทัชมาฮาล
Golden Mosque Jame Ar 'Hassanil Bolkiah Mosque mosque elegance. Brunei and sacred Used to create enormous budget . The import of construction materials and furnishings from around the world spent up to seven years, a prayer room, two rooms, separate male and female stairs to each floor has 29 step prayer room above ornately decorated with colored rugs . View bright Yellow gold Then you visit the Mosque of Omar Ali Syed Food Latin ancient mosques as a god of the people of Brunei, located in the heart of Bandar Seri Begawan mosque will be designed and Black Nation building by Sultan Omar Ali Syed . Around the 3 who has been hailed as the architect of modern Brunei. And is the father of the present Sultan . Thomas heard this and was completed in 1958 and  has a magnificent mini- Taj Mahal.


มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน Omar Ali  Saifuddin Mosque
  มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน  มัสยิคเก่าแก่อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบรูไน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน มัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่ พระราชบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน และสร้างเสร็จในปีค.ศ. 1958 พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน มัสยิคนี้มีความงดงามจนได้ชื่อว่า มินิทัชมาฮาล ชมมัสยิด โอมาร์ อาลี ไซฟูดติน มัสยิดเก่าแก่อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบรูไนตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์ เสรีเบกาวัน มัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่ 3 ผู้ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน และเป็นพระราชบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน และมัสยินนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1958 มีความงดงามจนได้ชื่อว่า มินิทัชมาฮาล สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน บันดาร์เสรี เบกาวัน
old mosque as a god of the Bruneians . Located in the center of Bandar Seri Begawan This designed and implemented by the Sultan Omar Ali Syed , 3 soils turbines father of the present Sultan . And completed in BC. In 1958 he was hailed as the architect of modern Brunei. Mosque is beautiful and called mini Taj Mahal.

Kampong Ayer กัมปงไอเยอร์
 Kampong Ayer กัมปงไอเยอร์ หมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมศิลปะการสร้างบ้านเรือนนับพันบริเวณปากแม่น้ำบรูไน และการคมนาคมอันแปลกตา ชาวยุโรปใรยุคแรกที่เข้ามาที่บรูไน เรียกขานหมู่บ้านกลางน้ำนี้ว่า เวนิซแห่งตะวันออกหมู่บ้านกลางน้ำ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นชุมชนกลางน้ำที่ใหญ่แห่งหนึง่บนโลก โดยมีทั้งสิ้น 42 หมู่บ้าน ประชากรอาศัยร่วม 30,000 กว่าคน การสัญจรไปมานั้นจะมีเรือสปี๊ดโบ๊ทแบบบรูไน(ก็คือเรือไม้ติดเครื่องยนต์)คอยให้บริการ โดยคิดค่าบริการครั้งละ 1 เหรียญ หรือใครมาเป็นหมู่คณะก็สามารถเหมาเรือใหญ่พาเที่ยว เค้าจะมีบริการเสื้อชูชีพให้ด้วยสำหรับเรือใหญ่นำเที่ยวเนื่องด้วยชุมชนกลางน้ำแห่งนี้ จัดเป็นชุมชนกลางน้ำที่ใหญ่แห่งนึงบนโลก บนชุมชนก็เลยมี สถานีดับเพลิง สถานีตำรวจ มัสยิด นอกจากนี้ยังมีโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร เหมือนชุมชนบนฝั่ง และ สะพานที่ทอดยาวสู่ชุมชนกลางน้ำ บนฝั่งก็มีอนุสาวรีย์ Mercu Dirgahayu 60 อยู่ด้วย
The largest water village in the world. Art building houses thousands Brunei estuary . And communications exotic Europeans first came to Brunei from another era . Call  water village . Venice of the East, the water village . Organized as a community of large water to one part of the world . A total of 42 village population to 30,000 people , it has blockaded the Speed ​​Boat Form Brunei ( it was wooden boat engine ) services. A fee of $ 1 each or a group who can take on the big boat . You will be provided with a life jacket for boat tour through the middle of this community . Community water is one of the largest on Earth.  have a Fire stations, police stations, mosques are also schools , hospitals, restaurants , as well as communities on the banks and bridges stretching to the water community . On the side was a monument with Mercu Dirgahayu 60 .


ชมบรูไนมิวเซียม  Brunei Museum
บรูไนมิวเซียม ภายในแยกส่วนจัดแสดงเป็น ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือIslamic Arts Gallery ที่รวบรวมของสะสมโบราณล้ำค่าขององค์สุลต่านจากประเทศมุสลิมทั่วโลกมาแสดงไว้มากมาย คัมภีร์อัลกุระอ่านขนาดเล็กที่สุดในโลก หุ่นจำลองวัฒนธรรมประเพณีของชาวบรูไนตั้งแต่แรกเกิด การแต่งงานฯ อีกห้องที่พลาดไม่ได้คือห้องที่รวบรวมประวัติการค้นพบน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาลที่พลิกโฉมบรูไนให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ชมแบบ จำลองขบวนการผลิต แท่นขุดเจาะน้ำมันในยุคแรกๆ
Brunei Museum The modular exhibit a 5-part is the most prominent Islamic Arts Gallery compiled a collection of medieval treasures of the sultanate of Muslim countries around the world, showing everything , Quran Segura Read smallest in the world , a model of cultural traditions. of the Bruneians from birth , marriage has more room to try is compiling a history of oil discovery . And natural gas amounts to reinvent Brunei became one of the richest countries in the world premiere of the production model . Oil rig in the early days.














เที่ยว กัมพูชา...

น่ารู้ก่อนเที่ยว กัมพูชา

กัมพูชา ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) เป็นประเทศตั้งอยู่ในส่วนใต้ของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศเวียดนามทางตะวันออก และอ่าวไทยทางตะวันตกเฉียงใต้ 
Cambodia's official name Kingdom of Cambodia (Kingdom of Cambodia)  located in the southern portion of the Indochina Peninsula in Southeast Asia with an area of ​​181,035 square kilometers. The northwestern border with Thailand. Vietnam East And the southwest of the Gulf of Thailand.

น่ารู้ก่อนเที่ยว กัมพูชา 

ประชากร 11 ล้านคน (1.1 ล้านในกรุงพนมเปญ)
ภาษา เขมร ฝรั่งเศส อังกฤษ
ศาสนา พุทธ
รัฐบาล ประชาธิปไตย
สกุลเงิน 100 เรียล (Riel) = 1 บาท
เงินเหรียญสหรัฐใช้กันอย่างแพร่หลาย
สภาพอากาศ เช่นเดียวกับประเทศไทย

Population 11 million (1.1 million in the capital). 
Khmer, French, English 
Buddhism 
democratic government 
100 real currency (Riel) = 1 baht. 
U.S. dollars are widely used. 
the weather like in Thailand

น่ารู้ก่อนเที่ยว กัมพูชา ระเบียบการเข้าเมือง

Immigration Regulations 

          ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถขอตรวจลงตรา (วีซ่า) เข้ากัมพูชาได้จากสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาในประเทศไทย (โทร. 254-6630) โดยเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท หรือขอตรวจลงตรานักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน (transit) ได้เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงพนมเปญ โดยกรอกแบบฟอร์ม Visa on Arrival พร้อมยื่นรูปถ่ายและค่าธรรมเนียม                                                                                             20 เหรียญสหรัฐ

Thailand passport holders can obtain a visa (visa) into Cambodian Embassy of Cambodia in Thailand (Tel. 254-6630) for a fee of 1,000 baht or request a visa. Or travel through (transit) when traveling to Phnom Penh International Airport. filling out a form on Visa on Arrival  and submit a photo and a fee of 20.USD

         ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทำธุรกิจเป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน ควรฉีดยาป้องกันโรค ไทฟอยด์ และไวรัส เอ และบี และกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนที่สถานเอกอัครราชทูตไทย เพื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน 
The people who come to Cambodia And will be doing business for a period exceeding three months should prevent typhoid injections and viruses A and B, and fill out the registration form at the Embassy of Thailand.The Embassy Can contact and assist you in an emergency.



             สภาพความเป็นอยู่ ประชาชนกัมพูชานับถือศาสนาพุทธ จึงมีวัดวาอารามตั้งอยู่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ยังอยู่ในช่วงการทำนุบำรุง หลังจากถูกทำลายไปในช่วงที่เขมรแดงปกครอง ในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือจากสหประชาชาติ ประเทศตะวันตก และประเทศอื่นๆ หลังจากมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว 2 ครั้ง
 Cambodian respect on Buddhist that's why there are  many temples around the country. As same as the Thailand But  in the maintenance. In terms of economic and social development. Cambodia has been aided by the United Nations. west And other countries After a general election, then 2 times.
น่ารู้ก่อนเที่ยว กัมพูชา 
กัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านติดกับไทย มีประวัติศาสตร์ อารยธรรมยาวนาน นครวัด และนครธม นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่อัศจรรย์ชิ้นหนึ่งในเอเชีย ศิลปวัฒนธรรมที่งดงามของกัมพูชา มีความคล้ายคลึงกันมากกับศิลปวัฒนธรรมไทย ภาษาเขมรมาจากรากศัพท์สันสกฤต จึงมีคำหลายคำในภาษาเขมรที่คุ้นหูคน

a history Lasting civilization of Angkor Wat and Angkor Thom is a fantastic piece of building in Asia. Cultural beauty of Cambodia There are many similarities with the culture of Thailand. Khmer language derives from the Sanskrit So many words in Khmer language familiar people.


    
น่ารู้ก่อนเที่ยว กัมพูชาข้อควรระวัง ในการเยือนกัมพูชา ควรระวังเรื่องสุขภาพเนื่องจากยังมีโรคภัยต่างๆ ที่อาจติดต่อได้ หากไม่หามาตรการป้องกันไว้ก่อน เช่น ท้องร่วง มาลาเรีย และไวรัส เอ บี และการบริการของโรงพยาบาลในกรุงพนมเปญอาจไม่ได้มาตรฐานเท่ากับประเทศไทย
นอกจากข้อควรระวังด้านสุขภาพแล้ว ผู้เดินทางเข้ากัมพูชาควรทราบว่า กัมพูชาประสบกับปัญหาทางการเมืองและสภาวะขัดแย้งภายในมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งมีความสงบในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จึงถือได้ว่าเพิ่งเปิดประเทศต่อการต้อนรับนักท่องเที่ยว จึงยังคงต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ไม่ไปเที่ยวในที่ไม่ปลอดภัยในเวลากลางคืน ซึ่งขณะนี้ ทางบ้านเมืองกำลังอยู่ระหว่างการลดกำลังทหารและปลดประจำการ ควบคุมและทำลายอาวุธสงคราม เพื่อให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย
Precautions to visit Cambodia. Be aware of health due to disease. Who may be contacted If not for such as diarrhea, malaria and precautionary measure , B virus and hospital services in the capital may not be the same as Thailand.
In addition to health precautions . Users should be aware that travel to Cambodia . Cambodia faced with internal conflict and political conditions for a long time . Until there is peace in the past few years . It held that the country recently opened to tourists . So still be careful about security. Do not go to unsafe at night, which is now underway to reduce the country 's military and decommissioned. Control and destroy weapons To keep a tidy house



น่ารู้ก่อนเที่ยว กัมพูชา

          ดังนั้น นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาก็ควรระมัดระวังการวิ่งราว และล้วงกระเป๋าระหว่างเดินเที่ยวซื้อของ และหากเดินทางไปต่างจังหวัด ควรตรวจสอบสภาพของถนน รายละเอียดการเดินทาง และความปลอดภัยของที่ที่จะไปให้ดี เนื่องจากระบบการรักษาความปลอดภัยโดยรวมของกัมพูชายังไม่ดีพอ และยังคงมีกรณีปล้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และลักพาตัวเรียกค่าไถ่เกิดขึ้นบ่อย โดยสรุปควรระวังเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก
          หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศกัมพูชา เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น

มนต์เสน่ห์เมืองลาว....

 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต มนต์เสน่ห์เมืองลาว 

 

                สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า ประเทศลาว หรือ สปป. ลาว เป็นประเทศที่ถูกปิดล้อมด้วยผืนแผ่นดินและภูเขา แม้ว่าจะไม่มีอาณาเขตติดกับน้ำทะเลเลย แต่ประเทศลาวก็อุดมไปด้วยต้นไม้ ภูเขา ที่ยังคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และ วัฒนธรรมที่น่าสนใจ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ยุโรป เอเชีย รวมถึงไทยได้เป็นอย่างดี  

              แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตในลาวที่ต้องหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งมา   แนะนำกัน ส่วนจะเป็นที่ไหนกันบ้าง และน่าตื่นตาตื่นใจขนาดไหนนั้น ไปชมกันเลยจ้า
  

 เมืองหลวงพระบาง (Luang Prabang)

 

              เมืองหลวงพระบางอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว และถูกขนาบไปด้วยแม่น้ำคานและแม่น้ำโขง เมืองนี้จัดว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามเก่าแก่ มีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียน บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม จึงไม่น่าแปลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรกดโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก โดยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น วัดใหม่สุวันนะพูมาราม พระธาตุจอมพูสี น้ำตกตาดกวางสี และวัดวิชุน ฯลฯ


                                  
  แม่น้ำโขง (Mekong River)

         
               แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความยาวถึง 4,350 กิโลเมตร ประเทศลาวเองก็มีพรมแดนติดแม่น้ำโขงด้วยเช่นกัน และใช้แม่น้ำโขงสำหรับสัญจรไปมาอีกด้วย ทัศนียภาพตลอดแนวริมฝั่งนั้นสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนลาว และความงดงามทางธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้ทริปล่องแม่น้ำโขงนั้นเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยจุดเริ่มต้นเส้นทางเริ่มที่เมืองห้วยทรายและสิ้นสุดที่เมืองหลวงพระบาง หรือจะออกเดินทางจากหลวงพระบาง-ห้วยทรายก็ได้




 วังเวียง (Vang Vieng)


          วังเวียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเมืองวังเวียง ริมแม่น้ำซอง อยู่ห่างจากเมืองหลวงเวียงจันทน์ 150 กิโลเมตร ตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและแม่น้ำ ด้วยลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามไปด้วย ธรรมชาติ มีทัศนียภาพอันงดงามของทิวเขาที่วางสลับตัวกัน เหมาะจะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวลาวในชนบท เช่น เผ่าลาวสูง, ลาวเทิง, ลาวม้ง และไทลื้อ ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย เดินทางไกลชมป่าไม้ ปีนเขา ชมถ้ำ และล่องห่วงยางเล่นบนแม่น้ำซอง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงมีที่พัก ร้านอาหาร ร้านอินเทอร์เน็ต ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวเปิดให้บริการอย่างคึกคัก

                           

                    

สี่พันดอน (Si Phan Don )
                               


         สี่พันดอน แปลว่า สี่พันเกาะนั่นเอง เป็นหมู่เกาะที่อยู่บริเวณแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศลาว ก่อนที่จะไหลเข้าเขตประเทศกัมพูชา ชาวบ้านแถบนี้ประกอบอาชีพประมงเป็นส่วนใหญ่ และยังคงดำรงชีวิตแบบชาวชนบท มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เป็นเขตที่ค่อนข้างสงบทีเดียว จุดท่องเที่ยวหลัก ๆ มีอยู่ 3 แห่ง คือ ดอนคง ดอนคอน และดอนเด็ด  สำหรับดอนคงเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบชิล ๆ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ชมความงามของธรรมชาติ สำหรับดอนคอนและดอนเด็ดเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาค่อนข้างมาก จึงมีที่พักเปิดให้บริการกับผู้คนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมธรรมชาติที่นี่ ที่สำคัญราคาที่พักไม่แพงเลย
                                     
                           
                                 

                       

                           ทุ่งไหหิน (Plain of jar)


        ทุ่งไหหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองเชียงขวาง (Xieng Khouang) เป็นที่ราบกว้างเต็มไปด้วยหินรูปทรงคล้ายไหหรือโอ่ง มีความสูงตั้งแต่ 1-3 เมตร นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ไหพวกนี้ปรากฏขึ้นตั้งแต่ยุคหิน และน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมฝังศพ เพราะมีการค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการฝั่งศพ บริเวณรอบ ๆ นอกจากนี้ บริเวณรอบ ๆ ไหหินยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทิ้งลงมาโดยสหรัฐอเมริกาอีก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดจากนักโบราณคดีว่าที่มาของไหหินนี้เป็นมาอย่างไรกัน แน่ แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติไปเรียบ ร้อยแล้ว

   




 วัดเชียงทอง (Wat Xieng Thong)
   
       วัดเชียงทองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงพระบาง มีการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา และได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมากที่สุดแห่ง หนึ่งในลาว จนทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างพากันมาชื่นชมความงามนี้ด้วยสายตาของ ตัวเอง นอกจากจะมีรูปทรงที่สวยงามแล้ว ยังเป็นศาสนสถานที่ทรงคุณค่าทางจิตใจของชาวลาว ทั้งนี้ วัดเชียงทองถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1560 โดยพระโพธิสารเจ้า มีฐานะเป็นวัดหลวง จึงทำให้มีการดูแลปฏิสังขรณ์เป็นอย่างดี ภายในวัดเชียงทองประกอบไปด้วยพระอุโบสถ พระประธาน วิหารน้อย โรงเมี้ยนโกศ ซึ่งมีการประดับตกแต่งด้วยศิลปะแบบหลวงพระบางแท้ ๆ

  
                             
                      

                     พระธาตุหลวง (Pha That Luang)




  
              พระธาตุหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาพุทธตั้งอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ ถูกสร้างขึ้นโดยบุรีจันอ้วยล้วย หรือพระเจ้าจันทบุรีศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก ตามตำนานเล่าว่า มีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูป เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย แล้วนำพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนที่เป็นหน้าอก) มาไว้ที่เวียนจันทน์ เจ้านครในสมัยนั้นจึงสั่งให้มีการสร้างพระธาตุขึ้นมาเพื่อบรรจุพระอุรัง คธาตุไว้สำหรับกราบไหว้บูชา เริ่มแรกนั้นพระธาตุถูกสร้างด้วยหิน แต่ต่อมามีการสร้างเจดีย์ครอบองค์พระธาตุ และบริเวณรอบ ๆ องค์พระธาตุมีเจดีย์รายล้อมหลายองค์ ที่เจดีย์ถูกแกะสลักเป็นลวดลายพญานาค พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรูปทรงของพระธาตุมีลักษณะคล้ายกับป้อมปราการ เพราะมีระเบียงล้อมรอบสูง สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่มีคุณค่าทางจิตใจต่อคนลาวมากที่สุดก็ ว่าได้ เสมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศ

 

                
                      
                   ปราสาทหินวัดพู (Wat Phu)


       
  ปราสาทหินวัดพูตั้งอยู่บนเนินเขาพู ในแขวงจำปาสัก (Champasak) เป็นซากปรักหักพังของวัดฮินดูโบราณ ที่สร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 11 ถึง 13 นอกจากนี้ วัดพูยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกเพราะเคยเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน ตรงทางเข้าวัดพูนั้นมีหินปูเรียงรายสำหรับเดินเข้าวัด มีเสาเรียงตั้งเรียงอยู่หลายต้นขนาบข้างทางเดิน มีเรือนใหญ่ 2 หลัง ซุ้มประตูที่พลังทลาย หินสลักเป็นรูปเศียรช้าง และรูปปั้นหินรูปต่าง ๆ เช่น โยคี จระเข้ และมีพระพุทธรูปตั้งวางสำหรับกราบไหว้บูชา บรรยากาศที่ปราสาทแห่งนี้ให้ความรู้สึกถึงความอลังการ ความขลัง ผสมผสานกับความลี้ลับ น่าพิศวง อาจด้วยความเก่าแก่ตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันถูกใช้เป็นสถานที่ทางพุทธศาสนานิกายเถรวาท

       
        

    
 ถ้ำปากอู (Pak Ou)  
        
             ถ้ำปากอู หรือถ้ำติ่ง อยู่ในแขวงหลวงพระบาง (Laung Prabang) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวต้องนั่งเรือจากตัวเมืองในหลวงพระบางประมาณ 25 นาที เมื่อมาถึงบ้านปากอู ต้องนั่งเรือข้ามฝากมาฝั่งตรงข้ามจะพบถ้ำติ่ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ถ้ำ คือ ถ้ำติ่งลุ่ม และถ้ำติ่งเทิ่ง เมื่อลงมาจากเรือจะพบทางเข้าถ้ำติ่งลุ่ม เป็นถ้ำที่มีโพรงไม่ลึก ภายในมีหินงอกหินย้อย และมีรูปปั้นพระพุทธรูปที่ทำจากไม้เต็มไปหมด เชื่อกันว่าในสมัยก่อนเคยถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับสักการบูชาดวงวิญญาณ ภูตผี แต่เมื่อศาสนาพุทธเข้ามาในลาวจึงกลายเป็นศาสนสถานทางพุทธไป และเมื่อเดินไปอีกทางหนึ่งจะพบถ้ำเทิ่ง เป็นถ้ำที่ลึกมาก ภายในมีพระพุทธรูปเช่นกัน แต่มีจำนวนไม่มากเท่ากับถ้ำติ่งลุ่ม




เวียงไซ (Vieng Xai)
 

          เวียงไซเป็นเมืองหนึ่งในแขวงหัวพัน (Hua Phan) แหล่งท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนแม่เหล็กของเมืองเวียงไซ คือ "ถ้ำผู้นำ" เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ปกคลุมตัวต้นไม้เขียวขจี ดูแล้วก็เหมือนถ้ำทั่ว ๆ ไป แต่สิ่งที่ต้องทำให้ผู้คนตะลึง คือ ภายในถ้ำถูกขุดเจาะและสร้างเป็นที่อยู่อาศัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องพัก ห้องรับแขก ห้องประชุม โรงเรียน โรงพยาบาล ห้องหลบภัย โรงภาพยนตร์ ห้องสำหรับเล่นกีฬา ฯลฯ ซึ่งสามารถรองรับผู้อาศัยได้ประมาณ 20,000 คน โดยถ้ำผู้นำสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่หลบภัยของแกนนำทหารคอมมิวนิสต์ใน ช่วงสงครามอินโดจีน เมื่อย้อนกลับไปสมัยนั้น สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดลงมาในลาวหลายลูกติดต่อกันเป็นเวลาถึง 9 ปี เพื่อขจัดพวกคอมมิวนิสต์ไปหมดสิ้นไป เหล่าแกนนำคอมมิวนิสต์จึงหาที่หลบภัย โดยการเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ ทำให้มี "ถ้ำผู้นำ" ลักษณะนี้อยู่ถึง 12 แห่ง ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันในเมืองเวียงไซ แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมเพียง 6 ถ้ำเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนิทรรศการเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเหตุการณ์ในครั้งนั้นในแง่ มุมของความรักชาติ การเสียสละเพื่อชาติอีกด้วย



                               


  แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในประเทศลาว ที่ได้รับการกล่าวขานจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศว่าเป็นสถานที่ที่สมควรค่า แก่การมาพักผ่อน สัมผัสความงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมด้วยตัวเอง

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

ืท่องเที่ยวประเทศฟิลิปปินส์



สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศฟิลิปปินส์



สวนไรซาล
   สวนไรซาล (Rizal Park) หรือมีอีกชื่อว่า ลูเนตา (Luneta) เป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ของเมือง และเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ โฮเซ่ ไรซาล (Jose Rizal) ซึ่งเป็นผู้นำในการปลดแอกฟิลิปปินส์จากสเปนในช่วง ค.ศ.1896-1898 และในบริเวณเดียวกันก็เป็นจุดที่ฟิลิปปินส์ประกาศอิสรภาพเหนือสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1941 ด้วย



ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago)
   ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago) ซึ่งเป็นด่านแรกที่ป้องกันการโจมตีจากข้าศึก ที่เข้ามาทางปากแม่น้ำปาซิก จากอ่าวมะนิลา ป้อมแห่งนี้ถูกทำลายจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐ ต่อมาได้บูรณะซ่อมแซมเพื่อให้เป็น “ปูชนียสถานแห่งเสรีภาพ ” (Shrine of Freedom) บริเวณรอบป้อมมีสวนหย่อม รายล้อมโดยมีรถม้าให้บริการ พาชมรอบบริเวณ บริเวณดังกล่าว ยังมีสถานที่คุมขังนักโทษ ที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำปากแม่น้ำปาซิก และส่วนหนึ่งของป้อมนี้ ถูกทำเป็นสนามกอล์ฟอย่างสวยงาม




ทะเลสาบชื่อ ตาอัล ซึ่งมีภูเขาไฟอยู่กลางทะเลสาปด้วย บนภูเขานี้ มีชุมนุมที่อยู่อาศัย บ้านพักตากอากาศ และร้านอาหารหลายร้าน อากาศเย็นสบาย วิวสวย ทางตอนบนของมะนิลา มีสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมมากอยู่แห่งหนึ่งเรีบกว่า ทะไกไต ที่นั่นมีทะเลสาบขนาดใหญ่ มีเทือกเขาล้อมรอบ ในทะสาบก็มีเกาะเล็กๆ สองสามเกาะ และที่สำคัญที่สุดคือมี ภูเขาไฟที่เล็กที่สุดและอันตรายที่สุดชื่อว่า TAAL VOLCANO ภูเขาไฟนี้ยังไม่ดับสนิทเพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสระเบิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ นี่แหละอาจเรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์แบบสวยประหารของภูเขาไฟลูกนี้



อเชี่ยนปาร์ค
   โอเชี่ยนปาร์ค เป็นโอเชี่ยนปาร์คขนาดใหญ่ที่ด้านในจะได้สัมผัสถึงความเป็นอยู่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิดหลากหลายสายพันธุ์ มีปลามากมายให้ได้ชมอย่างตื่นตา ตื่นใจ มีสัตว์น้ำแปลกๆ ที่หาชมได้ยาก รวมถึงมีแนวปะการังเทียมที่จัดแสดงไว้ได้อย่างเหมือนจริง และภายในโอเชี่ยนแปลกๆ ที่หาชมได้ยาก รวมถึงมีแนวปะการังเทียมที่จัดแสดงไว้ได้อย่างเหมือนจริง และภายในโอเชี่ยนปาร์คมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ตรงที่มีทางเดินยาวกว่า 25 ม. คล้ายกับที่สยามโอเชี่ยนเวิร์ด ห้างสยามพารากอนของไทยเรา ซึ่งภายในอุโมงค์นี้มี
ปลาจำนวนมากมายแหวกว่ายไปมาให้ได้ชมกันแบบใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาฉลาม ปลากระเบน





Boracay Island
   เป็นหนึ่งในเกาะในหมู่เกาะที่ดีที่สุดทั่วฟิลิปปินส์ และได้ประกาศเกาะที่สวยที่สุดทั่วโลก Boracay Island เป็นเกาะเขตร้อนตั้งอยู่ประมาณ 315 กิโลเมตร ทางใต้ของมะนิลาและสองกิโลเมตรปิดปลายตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ Panay ใน Visayas ภาคตะวันตกของฟิลิปปินส์ Boracay เป็นส่วนหนึ่งของเทศบาลเมืองของมาเลย์ในจังหวัด Aklan ซึ่งตั้งอยู่ใน Panay หนึ่งในกลุ่มของหมู่เกาะที่แสดงในส่วนกลางของหมู่เกาะฟิลิปปินส์ Boracay มีสองหาดท่องเที่ยวหลัก White Beach และ Bulabog Beach ซึ่งตั้งอยู่ด้านตรง
ข้ามของสัญญาของเกาะกลางทะเล White Beach ใบหน้าไปทางตะวันตกเป็นหากท่องเที่ยวหลักจะเกี่ยวกับสำหรับระยะยาวเรียงรายไปด้วยรีสอร์ทโรงแรมบ้านที่พักร้านอาหารและธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง




กรุงมะนิลา
   กรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการร้องรำทำเพลง ประชาชนรักเสียงเพลงและความสนุกสนาน มะนิลาคือศูนย์กลางของเขตมหานครที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของอ่าวมะนิลา (Manila Bay) บนเกาะลูซอนซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ทางเหนือสุดของฟิลิปปินส์ เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา และอุตสาหกรรมรมของประเทศหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BAYVIEW PARK HOTEL 4 ดาว หรือเทียบเท่า



อินทรามูรอส
   อินทรามูรอส (Intramuros) มีลักษณะเป็นป้อมปราการและกำแพงคูเมือง เป็นศูนย์กลางในการปกครอง การศึกษา วัฒนธรรม ศาสนา และการค้าในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึงปลายศตวรรษที่ 19 ภายในพื้นที่ ประมาณ 395 ไร่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงหินสูง ประกอบไปด้วยที่อยู่อาศัย โบสถ์ โรงเรียน และสถานที่ราชการ รวมทั้งสถานที่น่าชม



โบสถ์ซาน อากุสติน
   โบสถ์ซาน อากุสติน (San Agustin) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมทรงสเปน ที่สง่างาม สร้างขึ้นในปี 1599 โบสถ์แห่งนี้ สร้างขึ้นเป็นครั้งที่สาม โดยสองครั้งแรกถูกไฟไหม้ไป




มาคาติ
   มาคาติ (Makati) แหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและเป็นย่านธุรกิจชั้นนำของกรุงมะนิลา ที่มีโรงแรมระดับ 5 ดาวมากมาย รวมไปถึง ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ถึง 4 แห่ง โดยปกติร้านค้าจะเปิดเวลา 10.00-20.00 น.
แถมท้ายอีกนิด ขอแนะนำร้านค้าที่เหมือนกับร้านโชว์ห่วยบ้านเรา ซึ่งเป็นกิจการภายในครอบครัว เรียกว่า Sari Sari Store ซึ่งจะอยู่ตามหัวมุมถนนต่างๆ
ปักซังฮัน




ปักซังฮัน (Pagsanjan) ซึ่งเป็นแหล่งล่องแก่งชั้นยอด นักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาเปลี่ยนชุดเพื่อว่ายน้ำ หรือกางเกงขาสั้น เล่นน้ำตกปักซังฮัน แล้วทวนน้ำขึ้นไปกับเรือ ซึ่งท่านจะเพลิดเพลินกับการผจญภัยกับการนั่งเรือทวนน้ำ เรือบันกา ซึ่งบ่อยครั้ง อาจจะเกยตื้น หรือติดแก่งจนทำให้คนเรือต้องลงมาผลักหรือยกเรือเพื่อไปชมน้ำตก พร้อมทั้งได้ชื่นชมความสดชื่นของน้ำที่ไหลผ่าน ชมความสวยงามของธรรมชาติ ที่สรรค์สร้างได้อย่างลงตัว ในตอนล่องเรือผ่าน้ำเชียวขากลับนั้น คุณจะรู้สึกสนุกตื่นเต้นอย่าบอกใครเลยทีเดียว พร้อมทั้งเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ท่านไม่เคยลืม เรือจะไหลล่องเข้าสู่โตรกธาร ผ่านน้ำตกเล็ก๐ ที่ล้อแดดระยิบระยับและตะไคร้น้ำสีเขียวสด ผาสองข้างทางสูงเกือบ 100 เมตร ลมสงบนิ่ง ขณะที่ป่าส่งเสียงครางมาแผ่วๆ แวะซื้อขนมขึ้นชื่อ “พายมะพร้าวอ่อน” แสนอร่อย ที่เต็มไปด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนหนานุ่ม